20 มีนาคม 2554

ราคาเปิดตัว ของ Honda Brio

Update (17 มีค.54) ราคาเปิดมาแล้วตามนี้ครับ Honda Brio S M/T เกียร์ธรรมดา ราคา 399,900 บาท Honda Brio V M/T เกียร์ธรรมดา ราคา 469,500 บาท Honda Brio V A/T เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 508,500 บาท ภาพชุดและรายละเอียดอื่นๆติดตามได้ที่นี่ครับ Honda Brio ก่อนการเปิดตัว Honda Brio ในวันพรุ่งนี้ด้วยการดึง 2 ดาราดัง หมาก ปริญ และญาญ่า อุรัสยา มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยการชู Brio ให้เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ตอบสนองการใช้งานในเมืองอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “Urban Practical Small” เรามาดูข้อมูลล่าสุดของ Eco Car ตัวที่ 2 ในเมืองไทยก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง Brio ถือว่าเป็นช็อตเด็ดของ Honda ประเทศไทยในปีนี้ด้วยการบุกตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กร่วมกับ Jazz ที่ตั้งยอดขายรวมทั้งสองรุ่นไว้ที่ 100,000 คันจากยอดขายที่ Honda หวังไว้ทั้งปีจำนวนทั้งสิ้น 145,000 คัน การเปิดตัว Brio ในฐานะ Eco Car รุ่นใหม่ในประเทศต่อจาก Nissan March จึงเป็นการเปิดตลาดขนาดใหญ่ที่มี player ที่เป็นทางการเพียงรายเดียวเท่านั้น ในขณะที่มีตัวสอดแทรกอย่าง Proton Savvy, Kia Picanto, Naza Forza และ Chery QQ ในตลาดรถขนาดเล็กระดับ A Segment โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญก็คือ วัยรุ่นไปจนถึงคนวัยทำงานที่มีรายได้ต่อครอบครัวที่ระดับ 1.5-2.5 หมื่นบาท/เดือน ขุมพลังของ Honda Brio เป็นเครื่องยนต์ i-VTEC SOHC ขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 90 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกเป็นเกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ CVT รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อม Torque Converter และระบบ Lock-Up Control อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งผ่านมาตรฐานความปลอดภัย UNECE 94 และ 95 โดยสามารถรองรับน้ำมัน E20 ส่วนล้ออัลลอยเป็นขอบ 14 นิ้ว ภายในห้องโดยสารจะพบพวงมาลัยไฟฟ้าควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ EPS รัศมีวงเลี้ยว 4.5 เมตร มาตรวัดแบบ 3 วง สีภายในเป็นสีเบจทูโทน เบาะหลังพับลงได้ 100% ห้องสัมภาระท้ายมีความจุ 175 ลิตร ชุดเครื่องเสียง/วิทยุ AM/FM 30 คลื่นสัญญาณ พร้อมช่องต่อเชื่อม USB และช่อง AUX

Honda Brio มีทั้งหมด 3 รุ่นคือ Honda Brio S M/T เกียร์ธรรมดา ราคา 399,900 บาท Honda Brio V M/T เกียร์ธรรมดา ราคา 469,500 บาท Honda Brio V A/T เกียร์อัตโนมัติ CVT ราคา 508,500 บาท

โดยมีให้เลือก 5 สี คือ ขาว ดำมุก เงินเมทัลลิค ฟ้าเมทัลลิค และเขียวเมทัลลิค

06 มีนาคม 2554

สีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิด ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

วิธีแก้เคล็ด วิธีแก้เคล็ดสำหรับผู้ที่ใช้สีรถที่เป็นกาลกิณีวันเกิด เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ ใช้รถสีฟ้า หรือสีน้ำเงิน เป็นต้น ให้หาสติกเกอร์ "สีที่เป็นศรี" ของวันเกิดของเจ้าของรถ เช่น คนเกิดวันอาทิตย์ มีสีเขียว เป็นศรี เป็นต้น เมื่อได้สีนั้นมาแล้ว ให้ตัดสติกเกอร์ให้ได้ขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 4 แผ่น แล้วเอาไปติดตำแหน่งของรถต่อไปนี้ แผ่นที่ 1. กระโปรงหน้ารถ (ตรงกลาง) 1 แผ่น แผ่นที่ 2. ติดที่กระโปรงหลัง (หรือฝาท้าย) แผ่นที่ 3. ติดที่ประตูหน้าซ้าย แผ่นที่ 4. ติดที่ประตูหน้าขวา สีที่เป็นศรีสำหรับคนเกิดวันต่างๆ 1. เกิดวันอาทิตย์ สีเขียว เป็น ศรี 2. เกิดวันจันทร์ สีดำ เป็น ศรี 3. เกิดวันอังคาร สีเหลือง เป็น ศรี 4. เกิดวันพุธ กลางวัน สีเขียวอ่อน เป็น ศรี 5. เกิดวันพฤหัสบดี สีส้ม เป็น ศรี 6. เกิดวันศุกร์ สีชมพู เป็น ศรี 7. เกิดวันเสาร์ สีน้ำเงิน เป็น ศรี 8. เกิดวันพุธ กลางคืน สีขาว เป็น ศรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยที่นี่





------------------------------------------------------------------------------------------------ คนเกิดวันอาทิตย์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอาทิตย์ ห้ามใช้ ศ ษ ส ห ฬ ฮ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 6 และเลข 3 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอาทิตย์ รถสีแดงก่ำหรือสีแดงเลือดหมู เสริมสง่าราศี มากด้วยบุญญาบารมี มีอำนาจวาสนา คนนบนอบยำเกรง รถสีดำ เสริมความน่าเคารพนับถือ เสริมดวงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง การเงิน รถสีขาว สีครีม เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านศรัทธา ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และดวงเรื่องการเงิน รถสีเขียว เสริมดวงให้คนรักเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชู ช่วยเหลือทำให้สะดวกราบรื่นในเรื่องต่างๆ รถสีบรอนซ์ สีเทา สีทอง เสริมดวงเรื่องเมตตามหานิยม เสริมเสน่ห์ การสนับสนุนเกื้อกูล รถสีฟ้า สีน้ำเงิน ไม่ควรออกรถสีนี้ เพราะเป็นกาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------ คนเกิดวันจันทร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันจันทร์ ห้ามใช้ สระทั้งหมด (เว้นไม้หันอากาศและตัวการันต์) เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 1 และเลข 5 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันจันทร์ รถสีส้ม สีเหลืองแก่ เสริมดวงเรื่องการเงิน ความมั่นคง ทุนทรัพย์ ราคาและคุณค่าที่จะเพิ่มพูนให้แก่ตนเองในปัจจุบันและภายภาคหน้า รถสีดำ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำเงิน สีทอง เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่รักเมตตาและเอ็นดู มีแต่สิ่งที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีม่วงเปลือกมังคุด เสริมดวงด้านความสะดวกราบรื่นทุกอย่าง รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีฟ้า เสริมดวงให้ประสพความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเขียว อำนาจวาสนา บารมี เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับบัญชาคน รถสีแดง สีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------ คนเกิดวันอังคาร - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันอังคาร ห้ามใช้ ก ข ค ฆ ง เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 2 และเลข 1 และห้ามเลข เพราะทะเบียนที่มีเลข จะมีเรื่องและเกิดอุบัติบ่อยๆ ทำให้เสียเงินทองหรือทำให้เจ้าของได้รับบาดเจ็บ - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันจันทร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอาทิตย์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันอังคาร รถสีม่วงแก่ เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีดำ เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีบรอนซ์ สีเทา เสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ รถสีทอง สีแสด เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีน้ำตาล เสริมดวงด้านความมั่นคงในชีวิต เช่นมั่นคงเรื่อง หลักทรัพย์ ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน รถสีเขียว เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีขาว สีเหลืองนวล เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------คนเกิดวันพุธ (กลางวัน 06.01-18.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางวัน) ห้ามใช้ จ ฉ ช ซ ฌ ญ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 3 และเลข 8 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันอังคาร เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางวัน) รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความเคารพนับถือ ยกย่องยอมรับ รถสีน้ำตาล สีทอง เสริมดวงด้านพลังอำนาจ เกียรติยศ และชื่อเสียงตำแหน่งหน้าที่การงาน อานุภาพอิทธิพลที่ทำให้คนเคารพยำเกรง มีความสามารถในการควบคุมบังคับ รถสีขาว สีเหลืองอ่อน เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีม่วงแก่ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงด้านเสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีชมพู สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------
คนเกิดวันพุธ (กลางคืน 18.01-06.00) - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน) ห้ามใช้ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 5 และเลข 4 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพฤหัสบดี เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพุธ (กลางคืน) รถสีชมพู เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีดำ เสริมดวงด้านความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีม่วงแก่ เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีแดง สีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีส้ม สีทอง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------คนเกิดวันพฤหัสบดี - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันพฤหัสบดี ห้ามใช้ ด ต ถ ท ธ น เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันพฤหัสบดี รถสีขาว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีแดง เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเทา สีบรอนซ์ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีฟ้า เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีเขียว เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีส้ม สีทอง เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีดำ สีม่วง สีน้ำเงิน เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------- คนเกิดวันศุกร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันศุกร์ ห้ามใช้ ย ร ล ว เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 8 และเลข 7 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางคืน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันเสาร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันศุกร์ รถสีเขียว เสริมดวงให้คนเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีสีแดง สีทอง เสริมดวงด้านความก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน รถสีแดง สีชมพู เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีเหลือง เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีดำ เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีน้ำตาล เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีฟ้า สีน้ำเงิน เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเทา สีบรอนซ์ สีม่วง เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต
------------------------------------------------------------------------------------------------ คนเกิดวันเสาร์ - ตามหลักทักษาคนที่เกิดวันเสาร์ ห้ามใช้ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ เพราะเป็นอักษรกาลกิณี - เลขทะเบียนรถห้าม ไม่ให้มีเลข 4 และเลข 6 - ไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันพุธ (กลางวัน) เพราะเป็นกาลกิณีในวันเกิดและไม่ควรทำการมงคลต่างๆ ในวันศุกร์ เพราะเป็นวันคู่ศัตรูวันเกิด - ถ้าจะออกรถ สีรถที่ควรเลือกใช้หรือสีรถที่ถูกโฉลก ของคนเกิดวันเสาร์ รถสีแดง เสริมดวงให้คนยอมรับเชื่อถือและไว้วางใจ รถสีชมพู เสริมดวงให้ประสพผลสำเร็จได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ได้รับการสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ได้รับการส่งเสริม ในการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงาน รถสีน้ำเงิน สีฟ้า เสริมดวงด้านความสงบปลอดภัยจากเหตุร้าย เช่น อุบัติเหตุ แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง รถสีทา สีบรอนซ์ เสริมโชควาสนา เสริมวาสนาบารมี โชคลาภ ความโชคดี รถสีทอง สีเหลือง เสริมดวงด้านการแก้ปัญหา ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรูและคู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความสะดวก ราบรื่น รถสีดำ สีม่วงแก่ เสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต หลักทรัพย์ โชคลาภ เสน่ห์ที่ทำให้คนรักใคร่เมตตา และศรัทธาในตัวเรา รถสีเขียว สีแสด เป็นสีต้องห้าม เพราะเป็น กาลกิณี หมายถึง โชคร้าย อัปมงคล ความเป็นเสนียด ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรคในการดำเนินชีวิต

Lancer EX ใหม่ รุ่นปี 2011 ภายใต้นิยาม Be fascinated













Lancer EX ใหม่ รุ่นปี 2011 ชุดแต่งใหม่ดีไซน์โฉบเฉี่ยว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายใต้นิยาม Be fascinated ราคาเริ่มต้น 7.94 แสนบาท เริ่มขาย 19 มีนาคม 2554 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย แนะนำ Lancer EX ใหม่ พร้อมดึงดาราหนุ่ม เสน่ห์แรง “อนันดา” เป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของ Lancer EX ในเมืองไทย ช่วยสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
มร. โคจิ นากาฮาร่า กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เตรียมแนะนำ Mitsubishi Lancer EX ใหม่ ภายใต้แนวคิด เผยเสน่ห์ เร้าใจในตัวคุณ หรือ Be fascinated เน้นภาพลักษณ์รถเก๋งสไตล์โฉบเฉี่ยวของมิตซูบิชิที่มีความลงตัวและสะท้อนตัวตนผู้ขับขี่

สำหรับ Mitsubishi Lancer EX ใหม่ มาพร้อมความโดดเด่นของนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่นำสมัยของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตั้ง ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS ที่ช่วยให้สามารถล็อกหรือปลดล็อก ประตู และฝากระโปรงท้าย รวมไปถึงสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม “อิมโมบิไลเซอร์”

นอกจากนี้ Lancer EX ใหม่ ยังมาพร้อมอุปกรณ์และการตกแต่งภายในเน้นความลงตัว ความสะดวกสบายในการใช้งาน และประโยชน์ใช้สอยมากยิ่งขึ้น อาทิ มาตรวัดแบบ Hi-Contrast กระจกมองข้างที่พับและปรับได้ด้วยไฟฟ้า กระจกไฟฟ้าแบบอัตโนมัติพร้อมระบบความปลอดภัย และระบบไฟสว่างอัตโนมัติเมื่อปลดล็อกรวมไปถึงระบบไฟนำทางหลังดับเครื่อง ซึ่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ในขณะที่พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น 1.8 GLS Ltd. เป็นต้นไป ส่วนในรุ่น GT นอกจากจะมาพร้อมจอภาพระบบสัมผัสแล้วยังมีการติดตั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ แบบไร้สายและระบบนำทางอัตโนมัติอีกด้วย
ภายนอก Lancer EX ใหม่ ได้รับการตกแต่งให้เร้าใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการติดตั้งกระจังหน้าแบบใหม่ สเกิร์ตข้าง คิ้วตกแต่งชายฝากระโปรงท้าย พร้อมแนะนำสีใหม่ “แดงเมทัลลิก” และอื่นๆ อีกมากมาย

ในส่วนของเครื่องยนต์ของ Lancer EX ใหม่ มีทั้งเครื่องขนาด 1.8 ลิตร FFV ซึ่งรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ทุกประเภทตั้งแต่เบนซินธรรมดาไปจนถึงแก๊สโซฮอล์ อี 85 ในขณะที่รุ่น 2.0 ลิตร รองรับได้ถึงแก๊สโซฮอล์ อี 20

Mitsubishi Lancer EX ใหม่ มี 6 สีให้เลือก
1.สีแดงเมทัลลิก(สีใหม่)
2.สีบรอนซ์เงิน
3.สีบรอนซ์ทอง
4.สีเทาดำ
5.สีดำ
6.สีขาวไวท์เพิร์ล
ราคา Mitsubishi Lancer EX ใหม่
•Mitsubishi Lancer EX 1.8 MIVEC GLX ราคา 794,000 บาท
•Mitsubishi Lancer EX 1.8 MIVEC GLS-Limited ราคา 879,000 บาท (ภายในสีดำ)
•Mitsubishi Lancer EX 1.8 MIVEC GLS-Limited ราคา 879,000 บาท (ภายในสีเบจ)
•Mitsubishi Lancer EX 2.0 MIVEC GT ราคา 1,051,000 บาท
ทุกรุ่นสีขาวเพิ่มอีก 10,000 บาท เริ่มขาย 19 มีนาคม 2554 ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ

06 กุมภาพันธ์ 2554

Tata จะเอาไงกับ Nano รถยนต์ราคาไม่เกินแสน

 การประกาศบุกตลาดในเมืองไทยเต็มตัวเป็นครั้งแรก ณ งาน Bangkok Motor Show
เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2008 คือจุดเริ่มต้นของ ทาทา ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ
แม้ว่าจะเตรียมงานกันมาก่อนหน้านั้นถึง 2 ปีด้วยกัน แต่ ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
ดูเหมือนว่า ทาทาเอง ยังต้องเรียนรู้อีกมาก ในการพัฒนารถยนต์ ที่ถูกรสนิยมของคนไทย
เพราะรถกระบะ ซีนอน ที่ออกมาในช่วงแรกๆนั้น แม้จะมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ DICOR
2,200 ซีซี แต่ให้กำลังสูงถึง 140 แรงม้า และมีระบบกันสะเทือนที่ทำได้ดีเมื่อเทืยบกับคู่แข่ง
แต่ด้วยมีปัญหามากมายนานับประการ ทั้งจากชิ้นส่วนในการประกอบของตัววรถเอง และ
ความไว้เนื้อเชื่อใจในผู้จำหน่าย กับบริการหลังการขาย ทำให้ การเริ่มต้นของ ทาทา
ยังไม่สู้ดีนัก แม้ในช่วงปลายปี จะกระตุ้นตลาดอีกครั้ง ด้วย เวอร์ชัน ติดตั้งระบบก๊าซ CNG
มาให้จากโรงงาน และเติมก๊าซได้อย่างเดียว ด้วยเครื่องยนต์ DICOR 2,100 ซีซี ลดกำลังลงเหลือ
115 แรงม้า รวมทั้ง ออกรถบรรทุกเล็กอย่าง ทาทา เอซ (ACE ในงาน มอเตอร์เอ็กซ์โป
แล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ ก็ยังไม่ดีขึ้นมากนัก ขณะเดียวกันบริษัทแม่ในอินเดีย ก็เจอมรสุม
การประท้วง จนทำให้ ราทัน ทาทา นายใหญ่ ประกาศย้ายฐานการผลิต ทาทา นาโน รถคันจิ๋ว
แต่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีขั้นเทพ 20 กว่าสิทธิบัตร ของตน ไปไว้ในเมืองอื่น เพื่อยุติปัญหา
ความรุนแรง
ปี 2009 ที่ผ่านมา นอกจากจะเปิดตัว รถบรรทุกขนาด 1 ตัน ทาทา เอซ (ACE) ที่จะเอามา
ประกบกับ เกีย K2700 และ ฮุนได H-100 แล้ว ทาทา ก็แทบไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่อื่นใดอีกเลย
ความเคลื่อนไหวที่เด่นชัดสุด คือการนำ Tata Nano รถเล็กสุดฮือฮา กับ 37 สิทธิบัตรนวัตกรรม
มาอวดโฉมในงาน Motor Expo ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กระนั้น ก็ยังมีคำถามว่า รถรุ่นนี้
จะเอาเข้ามาผลิตขายในบ้านเรา ตามโครงการ ECO Car หรือเปล่า? เพราะ ทาทา เองก็ยื่นขอ
รับสิทธิพิเศษ ส่งเสริมการลงทุน รถยนต์ประเภทนี้ไปกับทางรัฐบาลแล้ว ที่ผ่านมา มีคำถาม
หยั่งกระแสกันในอินเตอร์เน็ตอยู่เรื่อยๆว่า ถ้านำ Tata Nano Europa อันเป็นเวอร์ชันส่งขาย
ยุโรป ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงกว่าเวอร์ชันอินเดียแท้ๆ มีถุงลมนิรภัยมาให้ฝั่งคนขับ
แต่เป็นดรัมเบรกทั้ง 4 ล้อ ขายในราคา 220,000 บาท คนไทยจะรับได้หรือไม่ ผลตอบกลับที่ได้
ส่วนใหญ่ก็คือ รถคันนี้ไม่ควรมีราคาเกิน 2 แสนบาท และอย่างน้อย ควรมีดิสก์เบรกหน้า
ได้แล้ว ไม่ใช่ดรัมเบรก 4 ล้อ ดังนั้น ประเด็นนี้ จึงยังคาราคาซังกันต่อไปน่าจะอีกอย่างน้อย 1 ปี
อย่างไรก็ตาม อีกกระแสข่าวฝั่งอื่น ต่างมองว่า ทาทา อาจจะกำลังซุ่มพัฒนารถยนต์ขนาดเล็ก
รุ่นใหม่ๆ ที่จะต้องเตรียมบุกตลาดโลก และหวังจะใช้เมืองไทย เป็นฐานการผลิตรถรุ่นใหม่
ซึ่งคาดว่าจะมีขนาดอยู่ในกลุ่ม ไม่เกิน Sub-Compact B-Segment ก่อนหน้านี้ มีเพียงข่าวที่ว่า
จะนำรถรุ่น Indica กับ Indico เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร เข้ามาประกอบขาย ในเมืองไทย
แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ในประเด็นดังกล่าวออกมาชัดเจนเท่าใดนัก
มีเพียงแค่ การประกาศตัวแล้วว่า ในช่วงต่อจากนี้ จะพยายามเน้นวางจุดขายตัวเองเป็น
Commercial Vehicle Brand หรือเป็นแบนด์ที่มุ่งเน้นเจาะตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ เป็นหลัก
จะสำเร็จลุล่วงไปได้แค่ไหนอย่างไร จะสนุกสนาน ไม่แพ้ หนังอินเดีย ที่แดนซ์ข้ามภูเขา
กันสนั่นทุ่ง หรือไม่ ยังต้องติดตามชมกันต่อไปอีกนาน

แต่วันที่ 2.2.2011 เห็น Tata Nano ป้ายแดงวิ่งแถว บางนาซอย ABAC ไม่รู้รถใครเอามาอวด

29 ธันวาคม 2553

ใหม่ Toyota Yaris โมเดลเชนจ์ปี 2011 ชูระบบกรอง UV 99% ประหยัดน้ำมันที่ 26.5 กม/ลิตร

วันนี้ (22 ธค.2553) Toyota ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดตัว Vitz หรือ Yaris โมเดลเชนจ์รุ่นปี 2011 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยชูฟังค์ชั่นประหยัดน้ำมัน Idling Stop Function ที่ทำให้ได้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ 26.5 กิโลเมตร/ลิตร Vitz หรือใช้ชื่อว่า Yaris ในการทำคตลาดที่ประเทศไทย มีจำหน่ายใน 70 ประเทศทั่วโลก โดย Yaris รุ่นนี้ถือว่าเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ที่ได้ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดของความกระฉับกระเฉงพร้อมด้วยคุณภาพและสุนทรียภาพในการขับขี่ ในขณะที่ภายในห้องโดยสารมีความยาวมากขึ้นกว่ารุ่นก่อนถึง 35 มิลลิเมตร คือมีความยาวทั้งสิ้น 3,885 มิลลิเมตร จากการใช้โครงสร้างของที่นั่งด้านหน้าแบบใหม่ทำให้เกิดพื้นที่วางขาของที่นั่งด้านหลังเพิ่มขึ้น 35 มิลลิเมตร ที่นั่งคนขับสามารถปรับระดับในแนวตั้งได้ถึง 60 มิลลิเมตร(จากทั่วไปที่ 15 มิลลิเมตร) ในขณะที่แนวนอนสามารถทำได้ที่ 10 มิลลิเมตรใน 24 สเต็ป(เมื่อเปรียบเทียบกับแบบเดิมที่ 8 มิลลิเมตร) ส่วนความกว้างของตัวรถอยู่ที่ 1,695 มิลลิเมตร และมีความสูง 1,500 มิลลิเมตร(2WD) หรือ 1,530 มิลลิเมตร(4WD) จุดเด่นสำคัญของ Yaris/Vitz เจนเนอเรชั่นนี้ก็คือ การใช้กระจกที่นั่งด้านหน้าที่เรียกว่า 99% Super-Ultraviolet ซึ่งสามารถกรองแสงอุลตร้าไวโอเล็ตได้ถึง 99% ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับรถยนต์ นอกจากนั้นกระจกหน้ามีการติดตั้งที่ปัดน้ำฝนแบบชิ้นเดียวเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่า มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการปิดไฟอัตโนมัติและเปิดไฟหน้าตามความสว่างของแสงภายนอกตัวรถ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างของรถรุ่นนี้ก็คือ การนำเอาระบบ Idle Stop มาใช้ในการประหยัดน้ำมันที่เรียกว่า “SMART STOP”(เฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร 2WD) ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ที่ช่วยทำให้ Yaris รุ่นเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร 2WD กลายเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดในรถระดับเดียวกันที่ 26.5 กิโลเมตร/ลิตร โดยระบบนี้จะหยุดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อเข้าเกียร์ว่างและจะติดเครื่องอีกครั้งภายในเวลา 0.35 วินาทีเมื่อมีการเข้าเกียร์เพื่อออกตัว เครื่องยนต์ที่ใช้มีรายละเอียดดังนี้
เครื่องยนต์รุ่น 1KR FE สำหรับความจุกระบอกสูบ 1.0 ลิตร (996 ซีซี) ให้กำลัง 69 แรงม้า PS ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตันเมตรที่ 3,600 รอบ/นาที เครื่องยนต์รุ่น 1NR FE ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ความจุกระบอกสูบ 1.3 ลิตร (1,329 ซีซี) ให้กำลัง 95 แรงม้า PS ที่ 6,000 รอบ/นาที สำหรับรุ่น 4WD ให้แรงบิดสูงสุด 119 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่วนรุ่น 2WD ให้แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที เครื่องยนต์รุ่น 1NZ FE ความจุกระบอกสูบ 1.5 ลิตร (1,496 ซีซี) ให้กำลัง 109 แรงม้า PS ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตรที่ 4,400 รอบ/นาที สำหรับระบบส่งกำลังเป็นแบบ Dual VVT-i, Super CVT-i 2WD และ Super CVT-i 4WD ในขณะที่อัตราการปล่อยไอพิษต่ำกว่ามาตรฐานของปี 2005 ถึง 75% ในเรื่องระบบความปลอดภัย Toyota ได้ทำการติดตั้งระบบเบรค ABS และระบบกระจายแรงเบรคอิเล็กทรอนิกส์ EBD ตามมาตรฐานระบบช่วยเบรคสำหรับ Yaris/Vitz ทุกรุ่น ส่วนที่นั่งคนขับและผู้โดยสารมีการติดตั้งถุงลมนิรภัย SRS สำหรับทุกรุ่นย่อยด้วยเช่นกัน ราคาจำหน่ายของ All-New Toyota Yaris/Vitz รุ่นปี 2011 นี้เริ่มต้นที่ 1,060,000 ไปจนถึง 1,790,000 เยน โดย Toyota ตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 คันในช่วงแรกครับ