29 กันยายน 2555

จ่อเลิกนำเข้ารถประกอบ



จ่อเลิกนำเข้ารถประกอบ
    นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ออกกฎกระทรวง เพื่องดรับจดทะเบียนชิ้นส่วน หรือรถจดประกอบเรียบร้อยแล้ว พร้อมรายงานให้นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคมรับทราบ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นจะมีผลบังคับใช้ภายใน 30 วัน
      สำหรับเจ้าของหรือผู้ประกอบการรายใดที่มีชิ้นส่วน หรือรถจดประกอบที่ยังไม่ได้เสียภาษีถูกต้อง ต้องนำเอกสารไปเสียภาษีนำเข้าที่กรมสรรพสามิต พร้อมขึ้นทะเบียนรอตรวจสภาพจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งคาดว่า สมอ.จะใช้เวลาตรวจสอบสภาพรถทั้งหมดได้ในระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นในช่วง 1 ปี นับตั้งแต่ครม.อนุมัติ ขบ.จะอนุญาตให้จดทะเบียนรถจดประกอบได้ โดยมีกำหนดเวลาสิ้นสุดภายในเดือนต.ค.2556 หลังจากนั้นจะไม่มีรถจดประกอบการอีก หากรถจดประกอบการคันใดไม่มาจดทะเบียนตามที่กำหนด จะถือว่าผิดกฎหมาย ไม่สามารถมาต่อทะเบียนได้ ทั้งยังเตรียมให้ยกเลิกระเบียบกรณีรถติดแก๊สไม่ต้องนำรถไปตรวจสภาพ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการตรวจสภาพด้วย
      ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวเป็นผลจากกระทรวงพาณิชย์ประกาศห้ามนำเข้าชิ้นส่วนและโครงรถยนต์ที่ใช้แล้ว มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย.2555 ซึ่งระเบียบมีช่องโหว่ที่เกี่ยวกับขบ. คือหากเป็นรถติดแก๊ส ไม่จำเป็นต้องตรวจสภาพที่สมอ. แต่นำมาจดทะเบียนที่ขบ.ได้เลย จึงต้องสั่งให้ยกเลิกข้อกำหนดนี้ เพื่อป้องกันรถจดประกอบเลี่ยงการตรวจสภาพรถ

ซันยอง ตั้งเป้ายอดขายทะลุพันคัน

ซันยอง ชี้ตลาดรถปีนี้โตกว่า 50% รับอานิสงส์โครงการภาษีรถคันแรก เชื่อตลาดรถอเนกประสงค์แรงต่อเนื่อง คนไทยยังวิตกมหาอุทกภัย พร้อมเปิดตัว สตาวิค 2.0รถยนต์เอ็มพีวีรุ่นใหม่ รุกตลาดไตรมาสสุดท้าย ตั้งเป้าสิ้นปียอดขาย 1,000 คัน
นายวิรัตน์ ผลประดับ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์รวมปีนี้ คาดว่ามียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,200,000 คัน มากกว่าตัวเลขของปี 2554 ที่มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 790,000 คันถึงร้อยละ 50 ในส่วนของซันยองนั้นตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,000 คัน
“ในช่วงปลายปีนี้ บริษัทจะมีการเปิดตัวรถยนต์ นิว สตาวิค 2.0 ใหม่ เข้ามาเพื่อเสริมไลน์รถยนต์เอ็มพีวีอเนกประสงค์ที่มีอยู่ มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อและขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมีจุดขายเครื่องยนต์ทันสมัยขนาดเล็กน้ำหนักเบาแรงบิดสูง และผ่านมาตรฐานยูโร 5 ประกอบกับคนไทยยังวิตกกังวล ปัญหาอุทกภัยครั้งใหม่ ซึ่งรถอเนกประสงค์ หรือรถปิกอัพยกสูง กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก จึงมั่นใจสตาวิคใหม่จะกวาดยอดขายถึงสิ้นปี ไม่ต่ำกว่า 120 คัน”
ซันยอง สตาวิค เป็นรถเอ็มพีวีหรูอเนกประสงค์ ขนาด 11 ที่นั่ง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ดีเซล เทอร์โบคอมมอนเรล แบบดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาร์ฟ 4 สูบแถวเรียง 155 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,800 รอบต่อนาที หัวฉีดจ่ายเชื้อเพลิงได้รับการพัฒนาใหม่ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 ให้การเผาไหม้ที่หมดจดมากกว่า ทำให้สามารถลดมลพิษลงได้มากขึ้นโดยมีค่า ซีโอ 2 (คาร์บอนโมน็อกไซด์) เพียง 157 กรัมต่อกิโลเมตร ทั้งยังให้กำลังม้าและแรงบิดที่เพิ่มขึ้น จากเครื่องยนต์ดีเซล 2.7 ลิตรเดิม อีกด้วย
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษช่วงเปิดตัว ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.58 ล้านบาท

30 กันยายน 2554

มาดู กระบะ FORD RANGER ตัวใหม่ กันเต็มๆๆตา













7/11/2010 : Update รูปจริงของ FORD กระบะ ที่จะเปิดตลาดในประเทศไทยเป็นที่แรกในโลก ต่อจากนั้น จะเปิดตัวที่ อเมริกาใต้ ต่อไป ในประเทศจะออกสู่ตลาตประมาณเดือน เมษายน 2554 รอดูกันนะครับสวยเท่สุดเป็นกระบะ 1.5 ตันคันแรกในเมืองไทย
FORD ยังลงทุนเปิดโรงงานในประเทศไทยด้วยมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท และปิดโรงงานที่ฟิลิฟินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
-----------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้เอาข้อมูล Ford กระบะตัวใหม่มาเราสู่กันฝัง ช่วงนี้ Ford ระดมออกรถรุ่นใหม่ๆมาตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ รถยนต์ค่ายอื่นแค่เปลี่ยนโฉมให้ดูแตกต่าง
เนื่องจากผู้บริหารรุ่นใหม่ของ Ford หลังจากรับเงินสนันสนุน จาก USA แล้วก็วิ่งสุ้ตลาดเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาศ โดยว่างแผนส่งรถกระบะตัวใหม่ ใช้รหัสในการ develoment ว่า T6 เป็นรถขนาดใหญ่ที่นิยมใช้ใน USA คาดว่าจะมีเครื่องยนต์ขนาดยักต์ 3500 cc. ดีเซล แผนเปิดตัวในประเทศไทยประมาณ ต้นปี 2011 มี 3 รุ่นหลัก CAB.DB-CAB. และ 4 ประตู

05 กันยายน 2554

มาแล้วภาพ Dmax-2011 ที่จะวางตลาดเร็ววันนี้พร้อมราคา


















All New Isuzu D-MAX อีซูซุโฉมใหม่
ราคาจำหน่าย
• Isuzu D-MAX V-Cross 2 ประตู ราคา 732,000 - 813,000 บาท
• Isuzu D-MAX V-Cross 4 ประตู ราคา 808,000 - 994,000 บาท
• Isuzu D-MAX Hi-Lander 2 ประตู ราคา 658,000 - 778,000 บาท
• Isuzu D-MAX Hi-Lander 4 ประตู ราคา 738,000 - 922,000 บาท
• Isuzu D-MAX Cab 4 ราคา 635,000 - 707,000 บาท
• Isuzu D-MAX Space Cab ราคา 562,000 - 671,000 บาท
• Isuzu D-MAX Spark ราคา 465,000 - 535,000 บาท

ในปี 2011 หรือปี 2554 นี้มีรถกระบะกำลังจะเปิดตัวหลายรุ่นด้วยกันรวมถึงค่าย Isuzu ด้วยซึ่งได้เปิดตัว Isuzu D-Max 2011 อีซูซุดีแมคซ์โฉมใหม่ทั้งคันซึ่งจะเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการปลายปีนี้แน่นอน โดยจะมีทั้งรุ่นประตูเปิดแบบตู้กับข้าว ทั้งแบบแค๊บเปิดได้
Isuzu D-Max 2011 อีซูซุดีแมคซ์ใหม่ปี 2554
จากแหล่งข่าววงในอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ว่า ขณะนี้ค่ายรถยนต์รายใหญ่ Isuzu เตรียมปรับโฉมกระบะของค่ายทั้งภายนอกและภายในใหม่ทั้งหมด โดยเน้นตอบโต้คู่แข่งด้วยการเพิ่มความสปอร์ตเข้าไปในตัวรถ และมีความเชื่อด้วยว่ารุ่นประตูตู้กับข้าว หรือตัวถังแบบแค๊บเปิดได้นั้น อาจได้รับการเพิ่มมาเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าในโฉมนี้
Isuzu D-Max 2011 อีซูซุดีแมคซ์ใหม่ปี 2554
ในขณะที่เรื่องเครื่องยนต์นั้นยังเชื่อว่า อีซูซุจะยังคงเครื่อง 3.0 และ 2.5 ลิตรที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยไม่น่ามีการปรับเปลี่ยน แต่ทางด้านการตอบสนองในความสะดวกการขับขี่ด้วยระบบนำทาง I-Geni พร้อมกล้องมองหน้าและถอยหลังคาดว่าจะยังมีเหมือนเคย

07 สิงหาคม 2554

New Vigo toyota champ และ ราคา




โตโยต้า เปิดตัวรถกระบะยอดนิยมรุ่นล่าสุด ไฮลักซ์ วีโก้ “แชมป์” ใหม่
มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร.คาโอรุ โฮโซกาวา หัวหน้าวิศวกรบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และ นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว รถกระบะประหยัดน้ำมันคุณภาพระดับโลก ไฮลักซ์ วีโก้ “แชมป์” ใหม่ “Above & beyond” เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ศกนี้ ที่ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มต้นโครงการ IMV ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Innovative International Multi-purpose Vehicle” เมื่อปี พ.ศ.2547 โดยเป็นการย้ายฐานการผลิต รถกระบะและรถอเนกประสงค์จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย ทำการผลิตเพื่อจำหน่ายทั้งภายในประเทศ และส่งออกจำหน่ายในทุกภูมิภาคทั่วโลก ด้วยเงินลงทุนมหาศาลถึงกว่า 37,000 ล้านบาท รถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ และรถอเนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ ได้รับการแนะนำสู่ตลาดเมืองไทย และในอีก 113ประเทศทั่วโลก โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม ห้องโดยสารหรูหรา กว้างขวาง สมรรถนะเครื่องยนต์อันทรงพลัง ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ตลอดจนระบบรองรับที่แข็งแกร่ง ให้ความมั่นใจทุกสภาพการใช้งาน ทนทาน อัตราการดูแลรักษาต่ำ รองรับทุกรูปแบบการใช้งานตั้งแต่ กระบะบรรทุก – เอ็กซ์ตร้าแค็บ – สมาร์ทแค็บ – ดับเบิ้ลแค็บ ไปจนถึงรถอเนกประสงค์คันหรูในนาม ฟอร์จูนเนอร์ ทำให้เป็นรถยอดนิยม มีลูกค้าครอบครองเป็นเจ้าของรถทั้ง 2 รุ่นแล้วจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2,300,000 คัน ครองตำแหน่งแชมป์ยอดขาย ทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2548 – 2553)
มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ทุกท่านคงทราบดีว่า “ไฮลักซ์ วีโก้” และ “ฟอร์จูนเนอร์” เป็นผลิตผลที่สำคัญของโครงการ “IMV” หรือ “Innovative International Multi-purpose Vehicle” ของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นในปี 2547 จนถึงปัจจุบัน
“ไฮลักซ์ วีโก้” และ “ฟอร์จูนเนอร์” ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพจากลูกค้าทั่วโลก เป็นรถยนต์ยอดนิยม ระดับ “World class” มียอดจำหน่ายกว่า 2 ล้าน 3 แสนคัน ครองแชมป์ยอดขาย อันดับ 1 ในประเทศ
แชมป์ส่งออก 5 ปีซ้อน และแชมป์ด้านคุณภาพ ด้วยรางวัลมากมาย เช่น “JD Power” “TAQA Awards” และ “Car of the Year” วันนี้โตโยต้าภูมิใจนำเสนออีกพัฒนาการที่ก้าวล้ำครั้งใหม่ ของ “ไฮลักซ์ วีโก้” เพื่อรักษาความเป็นยานยนต์ระดับโลก โดยให้ชื่อว่า “ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์”
โตโย ต้า ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า และรักษาความเป็นรถยอดนิยม จึงได้แนะนำรถกระบะรุ่นใหม่โดยใช้ชื่อว่า ไฮลักซ์ วีโก้ “แชมป์” ซึ่งมีจุดเด่น 4 ประการ ได้แก่


- Style – รูปลักษณ์สมาร์ท ล้ำสมัย จากหัวจรดท้าย สะท้อนภาพลักษณ์อันโดดเด่น

- Comfort – ความรู้สึกในการขับขี่ที่นุ่มนวล สะดวกสบาย ในแบบรถอเนกประสงค์

- Fuel efficiency – ประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันที่คุ้มค่าหมดจด ประหยัดน้ำมันถึงขีดสุด

- Performance – สมรรถนะเครื่องยนต์อันทรงพลัง ให้ความสนุกสนานทุกการขับขี่

พร้อม นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด “Diamond Tech” เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีประหยัดน้ำมันของโตโยต้า ที่มีอยู่ใน ไฮลักซ์ วีโก้ “แชมป์” และ ฟอร์จูนเนอร์ เท่านั้น
ระบบ “Diamond Tech” เรียนรู้การฉีดจ่ายน้ำมันด้วยความแม่นยำสูง สั่งการทำงานทั้งระบบผ่านกล่องคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ 32 บิท ไม่มีการจ่ายน้ำมันส่วนเกินในทุกรอบเครื่องยนต์ ใช้น้ำมันทุกหยดอย่างคุ้มค่า ตอบสนองอัตราเร่งดีเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่

- ระบบเรียนรู้การฉีดน้ำมันแม่นยำสูง ฉลาดและประหยัด (Fuel Injection Learning System) “ฉีดเท่าที่ใช้ จ่ายเท่าที่จำเป็น” เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับโตโยต้าเท่านั้น – กล่องคอมพิวเตอร์ 32 บิท ควบคุมการทำงานทั้งระบบเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คำนวนลดปริมาณการจ่ายน้ำมันส่วนเกินทุกครั้งที่มีการลดความเร็วรอบของ เครื่องยนต์ โดยแยกการคำนวณ และสั่งการจ่ายน้ำมันอย่างอิสระในแต่ละกระบอกสูบ
- หัวฉีดอัจฉริยะ แกร่ง จ่ายน้ำมันลื่น สะอาดหมดจด ทนทานระดับเพชร เอกสิทธิ์
เฉพาะสำหรับโตโยต้าเท่านั้น – ฉีดน้ำมันเป็นฝอยละเอียด ช่วยให้เผาไหม้ได้อย่างหมดจดพร้อมเคลือบสารพิเศษ “Diamond Liked Carbon Coating” ภายในเข็มหัวฉีดช่วยให้จ่ายน้ำมันได้คล่อง และป้องกันการเกาะตัวของคราบเขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้บริเวณช่องจ่ายน้ำมัน ของหัวฉีด ลดปัญหาการอุดตันของหัวฉีด เพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของหัวฉีดและระบบเครื่องยนต์
- ระบบเทอร์โบแปรผัน “VN Turbo” แรง ควบคุมครีบปรับแรงดันอากาศด้วยมอเตอร์ – สั่งการทำงานด้วยกล่องคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ 32 บิท ที่ให้ความละเอียดถึงองศาการเปิด-ปิดที่เหมาะสม แรงต่อเนื่องทุกความเร็วรอบ
มร.ทานาดะ กล่าวต่อไปว่า “เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในคุณภาพและความพร้อมในการผลิต รวมถึงรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของทั้งลูกค้าชาวไทยและตลาดส่งออก เราได้ปรับปรุงโดยเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตของโรงงานสำโรงแล้ว และจะขยายกำลังการผลิตของโรงงานบ้านโพธิ์ ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ เป็นต้นไป ขอให้ลูกค้ามั่นใจที่จะได้เป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ด้วยคุณภาพสูงสุดในเวลาที่ รวดเร็วมากยิ่งขึ้น”
สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความเป็น “Champ” ด้วยพรีเซ็นท์เตอร์ระดับ “World Class” “คริสเตียโน โรนัลโด” นักเตะยอด เยี่ยมที่ได้รับรางวัลในวงการฟุตบอลระดับโลกมากมาย เช่น ดาวซัลโวสูงสุดรองเท้าทองคำ จากสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ประจำปี 2008, ดาวซัลโวสูงสุดใน La Liga Spain 2010 – 2011

จากคุณลักษณะสำคัญ ได้แก่
- ความมุ่งมั่นเพื่อความเป็นหนึ่ง – เช่นเดียวกับการมุ่งมั่นให้ Hilux Vigo Champ เป็นหนึ่งในใจลูกค้ารถกระบะเมืองไทย
- มีทักษะและความโดดเด่นเหนือคนอื่นๆ – เช่นเดียวกับสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และรูปลักษณ์อันโดดเด่นในทุกๆ ด้านที่มีอยู่ใน ไฮลักซ์ วีโก้ “CHAMP”
- มีชื่อเสียงระดับโลก – เช่นเดียวกับที่ Hilux Vigo ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพอย่างกว้างขวางระดับ “World Class”
“ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์” ใหม่คุ้มค่าในทุกๆ ด้าน สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ พร้อมสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ถือว่าเป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับคนไทย อย่างแท้จริง” มร.ทานาดะกล่าว

สำหรับราคาจำหน่ายของ Hilux Vigo Champ ปี 2011-2012 มีดังนี้(AutoSpinn ได้นำเสนอรายละเอียดของราคาทั้ง 54 รุ่นย่อยแยกออกไปต่างหาก click ที่นี่ ราคา Toyota Hilux Vigo Champ) โดยในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิคของแต่ละรุ่น สามารถอ่านได้จากที่นี่ ข้อมูล Toyota Vigo Champ

รุ่น StandardCab เริ่มต้นที่ 487,000 บาท(2.5J StandardCab) ไปจนถึง 544,000 บาท(3.0J)

รุ่น SmartCab เริ่มต้นที่ 587,000 บาท(2.5J SmartCab พวงมาลัยพาวเวอร์) ไปจนถึง 814,000 บาท (3.0G SmartCab 4WD สีเมทัลลิก)

รุ่น ExtraCab เริ่มต้นที่้ 552,000 บาท(2.5J ExtraCab พวงมาลัยพาวเวอร์) และ 559,000 บาท(2.5J ExtraCab พวงมาลัยพาวเวอร์ สีเมทัลลิก)

รุ่น DoubleCab เริ่มต้นที่ 627,000 บาท(2.5J DoubleCab) ไปจนถึง 988,000 บาท(3.0G DoubleCab เกียร์อัตโนมัติ 4WD สีเมทัลลิก)

ขอบคุณที่มา Autospinn